เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

Jint’s Gallery

ตั้งแต่เจ้า Covid 19 ระบาดเมื่อต้นปี 2020 เราก็คิดไว้อยู่แล้วว่าวันนึงเราอาจต้องอยู่ในสถานการณ์กักตัวเข้าซักวัน ซึ่งเราคิดว่าตัวเองรับมือกับการต้องอยู่แต่ในบ้าน 24 ชม. 14 วันได้สบายแน่ๆ แต่เอาเข้าจริงๆพอถึงเวลาที่ต้องกักตัวขึ้นมา มันมีหลายอารมณ์ปนกันเต็มไปหมด ทั้งหงุดหงิด ทั้งกังวล ทั้งเบื่อ ไอ้ทีแรกที่คิดว่าจะชิลๆสุดท้ายมันไม่ได้ชิลเลยซักนิด 😩

เราเป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยวก็จริง แต่ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์เราชอบที่จะอยู่บ้านมากๆ ไม่ได้ชอบออกไปข้างนอกเจอคนเยอะๆเท่าไหร่ เราชอบอยู่เฉยๆ นั่งฟังเพลง อ่านหนังสือ ดู TV ไปตามประสาคนขี้เกียจ เต็มที่ก็มีออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะเช้าวันอาทิตย์บ้าง (ซึ่งหยุดกิจกรรมนี้ไปนานนนนนมากละ 🤣) เราชอบอยู่บ้านจนเคยคิดเล่นๆว่า ถ้าวันนึงต้องออกจากงานแล้วมาอยู่บ้านเฉยๆนี่คงจะเป็นอะไรที่ดีมากๆเลยนะ 😁

แต่พอได้อยู่บ้านสมใจอยาก 2 อาทิตย์จริงๆ มันไม่เป็นอย่างที่คิดเลยซักนิดเพราะเจ้า Covid นี่แหละ

วันที่ 12 เมษา 2021 ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดสงกรานต์ น้องในทีมโทรมาบอกว่า “หนูติด Covid ค่ะ” เรางี้อึ้งๆๆๆ เพราะก่อนหน้านั้นเจอกันทุกวัน นั่งคุยงานกันทุกวัน แต่โชคยังดีที่น้องคนนี้เค้าใส่ mask ตลอดเวลา ส่วนเราใส่มั่งไม่ใส่มั่งเพราะเห็นว่าถ้าคุยงานกันแค่ 2 คน เราจะนั่งให้ห่างกันเกินเมตรนึงอยู่แล้ว เราก็เลยมักจะถอด mask ออกเพราะใส่แล้วพูดไม่ถนัด ส่วนสาเหตุที่น้องติด จนบัดนี้ยังไม่รู้เลยว่าติดจากที่ไหน ติดมาได้ยังไง แต่สันนิษฐานว่าอาจจะติดจากการไปเจอเพื่อนที่ไปเที่ยวทองหล่อในช่วงที่เกิดการระบาดรอบใหม่ (แต่เพื่อนคนที่ว่าก็ไปตรวจ Covid มาสองรอบ ผลเป็นลบทั้งสองรอบ ก็เลยยังเป็นปริศนาอยู่ 🥴)…

ชั้นมาทำอะไรที่นี่ กาญจนบุรี…ร้อนเจี๊ยกๆ

Jint’s Gallery

ได้เวลาหาที่พักกายพักใจอีกแล้วจ้า หลังจากไปเที่ยวพัทยามาตอนสิ้นปีที่แล้ว นี่ก็จะ 4 เดือนละ เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว เริ่มคันๆอยากไปเที่ยวอีกล้าว คราวนี้ไปไหนดีหว่า เราเป็นคนชอบอยู่ใกล้น้ำ (ไม่ใช่ตัวที่ลากไก่ไปกินในน้ำน้า 🦎😬) คราวที่แล้วไปทะเลมาละ งั้น คราวนี้ไปแม่น้ำละกันนะ

มีเพื่อนสาวโพสรูปไปนอนชิลที่ริมแม่น้ำแคว เออน่าสนแฮะ ถามนางว่าพักที่ไหนดี นางแนะนำ X2 River Kwai Resort เข้าไปเช็ค Agoda ทันที เออ โอเคเลยดูปลอดภัยดี ห้องดูไม่หลอนด้วย จริงๆก็อยากไปแบบเป็นเต้นท์เป็นกระโจมเหมือนกันนะ แต่ อืม ไว้ไปกะเพื่อนๆละกัน คราวนี้ไปคนเดียวเอา safe safe ไว้ก่อนดีก่า เรากะไปช่วงต้นเดือนเมษาก่อนวันหยุดยาวนี่แหละคนจะได้ไม่เยอะมาก ได้วันละก็จองโรงแรม วางแผนลางานโลด จากนี้ก็ตั้งตารออย่างเดียวเลย 😁

เราชอบนะการมาเที่ยวคนเดียว เริ่มรู้สึกชินละ ไม่ใช่ไม่มีใครคบน้าาา 🤣 แต่บางครั้งมันแค่รู้สึกอยากอยู่เงียบๆบ้าง อยากนั่งเฉยๆ ฟังเพลง ถ่ายรูป เขียน blog ไปตามเรื่องตามราว เราเป็นคนไม่ได้กิจกรรมจ๋าอยู่แล้วว่ามาเที่ยวแต่ละครั้งต้องไปไหนบ้าง ไปทำอะไรบ้าง เราชอบอยู่เฉยๆมากกว่า เรียกว่าไม่ออกไปไหนเลยแหละ นี่ละมั้งอารมณ์คน INFJ 🤓…

ขอบคุณที่เข้ามารู้จักกันค่ะ

Jint’s Gallery

หวัดดีจ้า…ป้าจิ๊น หรือถ้าจะกรุณาเรียก “พี่จิ๊น” ก็พอ 😍 แห่ง Jwanderlust มาอีกแล้ว blogger สมัครเล่นที่ไม่สาวแต่ยังสวยอยู่ (ไม่มีใครบอก บอกตัวเองก็ได้ 🤩) ผู้ชอบที่จะเดินทางมาก ไม่ว่าจะใกล้ไกลทางน้ำทางบกทางอากาศ ขอให้ได้มีโอกาสเถอะ แต่ขอไปแบบไม่ลำบากมากนะ เพราะตอนนี้อายุก็เริ่มเยอะและ 🥴 และเราก็ตั้งใจว่าชีวิตนี้อยากเกษียณด้วยอาชีพ blogger ท่องเที่ยวเนี่ยแหละ ✍️ จะทำได้รึป่าวช่างมัน…ตอนนี้ขอมีความสุขกับการได้เล่าก็พอ (มีคนอ่านรึป่าวก็ยังไม่รู้เลย 55555)

เรานับว่าเป็นคนโชคดี อย่างที่เคยเล่าให้ฟังใน Chapter ก่อนๆว่า มีโอกาสได้ทำงานในธุรกิจสายการบินมาก่อน ทำให้เรามีโอกาสได้เดินทางไปหลายที่หลายแห่งในโลก ได้เปิดประสบการณ์ชีวิตตัวเองอย่างหาที่ไหนไม่ได้แล้ว (ขอบคุณการบินไทยที่มอบโอกาสที่ดีที่สุดให้เรา 🙏✈️ ) แถมพอย้ายมาทำงานที่ใหม่ ก็ยังเรียกได้ว่าโชคดีที่ยังได้เดินทางอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว ซึ่งตรงนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจให้เราว่า เราจะทำงานเก็บเงินให้ได้ซักก้อนพอเลี้ยงตัวเองยามแก่ และอีกส่วนนึงเอาไว้ใช้เดินทางไปเรื่อยๆจนกว่าจะเดินทางไม่ไหว

เมกา มาทำไม (อีกละ) ตอนจบ

Jint’s Gallery

ต่อจาก Chapter 14 หลังจากใช้ชีวิตชิลๆ หลั่นล้ามา 3 วัน ก็ได้เวลาเอาจริงกะการมา Seattle กันละ นั่นคือ เรียน เรียน เรียน ถึงจะเป็นการเรียนแค่ 4 วัน แต่พวกเราก็เครียดกันพอสมควร เหตุเพราะรุ่นพี่ขู่เอาไว้เยอะว่าใน class บรรยากาศมันน่ากลัวกว่าที่คิดนะ โจทย์ที่อาจารย์ให้จะยากมากนะ โน่น นี่ นั่น แต่ที่สำคัญที่สุดคือ…มันต้องพูดภาษาอังกฤษตะหาก 🤣🤣🤣

แต่พอถึงเวลาเรียนจริงๆ class แรก Innovation Business Models มันก็ไม่ได้ยากอย่างที่กลัวนะ แถมวิชานี้น่าสนใจจนพวกเราเริ่มกล้าที่จะโต้ตอบกับอาจารย์ฝรั่ง และระหว่างเรียนก็มีการทำ workshop ต้องออกมา present ที่หน้าห้องด้วย สนุกดี

จะว่าไปการเรียนแบบฝรั่งมันดีมากเลยนะ คือเราคิดยังไงเราก็ตอบไปด้วยเหตุผลของเรา แต่ๆๆๆ ต้อง base on สิ่งที่เราเรียนด้วยนะ เช่น เอาสิ่งที่ได้เรียนรู้ใน class มาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับธุรกิจยังไง คำตอบมันไม่ได้ถูกหรือผิด แต่มันมีความเป็นไปได้หรือไม่มากกว่า การเรียนแบบนี้มันเปิดกว้างดี 👍🤓

เมกา มาทำไม (อีกละ) ตอนที่ 1

Jint’s Gallery

ปี 2016 เป็นปีที่เราเขียนเล่าเรื่องการเดินทางใน Jwanderlust เยอะมาก มันมีทั้งการเดินทางแบบวางแผนบ้าง ไม่ได้วางแผนบ้าง ไปเที่ยวก็มี ไปทำงานก็มี ไปเรียนก็ยังมีเลย 😁 อย่างเช่นทริป Seattle นี้ ทริปนี้ก็เต็มไปด้วยความทรงจำที่ดีอีกเช่นเคย เพราะนอกจากจะได้ไปเรียนและเที่ยวกับเพื่อนๆ มันยังเป็นการเติมเต็มสิ่งที่เรียกว่าเป็นความใฝ่ฝันในการเป็นเด็กนักเรียนนอกของเราเลย 🤩 (ถึงจะแค่ 4 วันก็เถอะ 🥲)

เราเคยเล่าเรื่องการไปเมกามาครั้งนึงใน Chapter 9 ตอนนั้นไปเที่ยว San Fran กะครอบครัวเมื่อเดือน มี.ค. 2016 คราวนี้เราได้กลับไปเมกาอีกครั้งในเดือน ต.ค. 2016 ปีเดียวกันเลย ฟลุ๊คชะมัด เพราะหลักสูตร ป.โท ที่เราเรียนอยู่ในตอนนั้นจะต้องมีการไปเข้า class ที่ต่างประเทศด้วย ซึ่งทางคณะจะแจ้งประมาณต้นๆ เทอมว่าเราจะได้ไปประเทศไหน ขึ้นอยู่กับว่าปีนั้นมีธุรกิจไหนที่น่าสนใจ และทางคณะสามารถดีลกับมหาลัยฯ ดีลกับบริษัทฯ ต่างๆ เพื่อขอเข้าไปศึกษาดูงานได้มั้ย ซึ่งผลออกมาก็คือ พวกเราจะได้ไป Seattle เย้ !!! อืม…แต่ก่อนอื่นต้องไปลางานก่อนนะจ๊ะ 😅

ตอนแจ้งเจ้านายว่าจะขอลาไปเมกาอีกแล้วก็แอบเสียวอยู่ว่าจะโดนไล่ออกมั้ย 🥴 แต่เจ้านายก็เข้าใจว่าเราต้องไปเพราะเป็นส่วนนึงของหลักสูตร ป.โท ก็เลยอนุญาตให้ไป (แบบบ่นหน่อย ๆ 😅) เพราะจริงๆ งานเรามันไม่จำเป็นต้องอยู่ที่ office ตลอดเวลาหรอก เราสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ และที่สำคัญช่วงที่ไปไม่ใช่ช่วงหน้าขาย (สินค้ามันเป็น seasonal product) งานไม่ค่อยยุ่งก็เลยไปได้ เอาล่ะ ลางานได้ละสบายใจละ ไปมุ่งเรื่องเที่ยวได้เต็มที่ เห้ยๆ ไม่ใช่ ไปดูงานตะหาก…

ความหมายของคำว่า “เพื่อน” 😊

Jint’s Gallery

ตามที่เกริ่นไว้เลยค่ะ คำว่า “เพื่อน” มีความหมายกับคุณยังไง สำหรับเรา “เพื่อน” คือคนที่อาจจะอยู่กะเราในเวลาที่เราสุข แต่มักจะต้องอยู่กะเราในเวลาที่เราทุกข์เสมอ (นี่ตูมีเพื่อนไว้เป็นที่ระบายอารมณ์หรอเนี่ย 🤣🤣🤣) เพราะเพื่อนของเรา (ย้ำ! ของเรานะ ของคนอื่นไม่รู้ 😬) จะรับฟังความทุกข์ต่างๆ ของเราด้วยความเข้าใจ อดทน และไม่ตัดสินเรา มันเลยทำให้เรารู้สึกว่าเรามีที่พึ่งในยามทุกข์ใจ ไม่เคว้งคว้างโดดเดี่ยวบนโลกใบนี้

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเราได้ไปทานข้าวบ้านเพื่อนสนิทเหมือนเช่นเคย (ตั้งแต่ Covid-19 มาก็เจอกันบ๊อยบ่อยเลย) ในวันนั้นเราได้พูดคุยเรื่องปัญหาต่างๆ ที่แต่ละคนกำลังเจออยู่ ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เราแชร์ประสบการณ์ แชร์ความรู้สึกกัน ปลอบใจกัน แต่…หลังจากทำตัวซีเรียสได้ซักพัก เราก็กลับเข้าสู่โหมดเฮฮาไร้สาระเหมือนเช่นเคย มันทำให้รู้สึกโคดดีเลย ที่ถึงแม้แต่ละคนจะต้องเจอวิกฤติอะไรมาก็ตาม เมื่อเรามาอยู่รวมกัน เราก็จะเฮฮาบ้าบอได้เสมอ

ยืนหนาวเวิ้งว้างกลาง Hokkaido 🥶

Jint’s Gallery

ฮู้วววว ใครจะไปนึก เดือนมกรา 2021 อยู่ๆ อากาศในกรุงเทพฯ จะลดลงเหลือ 17 องศา ดีใจรีบควักเสื้อกันหนาวที่เก็บไว้ในตู้ (จนขนที่เคยฟูๆ ยุบไปจะหมดละ) กลับมาใส่อีกครั้ง พอได้อยู่ใน moment winter แบบนี้ก็ทำให้นึกถึงทริปที่ไป ฮอกไกโด (Hokkaido) เมื่อเดือนธันวาปี 2016 ขึ้นมาเลย

ตอนนั้นโชคดี เหล่าผู้สูงอายุในครอบครัวบอกอยากไปเล่นหิมะ ก็เลยเกิดทริปครอบครัวขึ้น เราซึ่งถูกมองว่าเป็นเด็ก (ในสายตาเหล่าผู้สูงอายุ 🤣) ก็เลยได้ติดสอยห้อยตามไปด้วย เพราะพวกผู้ใหญ่ต้องการคนคอยดูแลเทคแคร์ อิอิ บุญหล่นใส่ ใครจะไม่ไปล่ะ ให้ไปยกกระเป๋า 20 ใบช้านก็ไป

เพราะมีแต่ผู้ใหญ่อายุเยอะๆ (แก่สุดเห็นจะเป็นแม่เรา 72 ในตอนนั้น) ที่เหลือก็ลดหลั่นกันไป แต่ทุกคนยังสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงเต็มร้อย เราก็เลยคิดว่าจะจัดทัวร์แบบหลวมๆ ที่ทริปไม่แน่นจนเกินไป ผู้ใหญ่จะได้ไม่เหนื่อยมาก ก็เลยติดต่อบริษัทฯ ทัวร์ที่เคยใช้บริการกันอยู่เพื่อให้เค้าจัด private trip แค่ 14 คน หลังจากจัดสรรทริป เลือกที่จะไป ที่จะกิน ที่จะนอนกันเสร็จ ก็รอวันเดินทางเลยจ้า

วันแรก เราออกเดินทางกันวันที่ 13 ธค. …

วุ้ย ใครว่าไต้หวันมีแต่ชาไข่มุก (เรื่องเก่าเล่าใหม่ 😁)

ต้องขอออกตัวอีกครั้งนะคะว่าความตั้งใจจริงของ Blog นี้คือการเล่าเรื่องการเดินทางครั้งใหม่ๆ ที่ได้ไปมา แต่เนื่องจากสถานการณ์ Covid-19 ที่ย้อนกลับมามาคุอีกครั้งตอนสิ้นปี 2020 ทำให้ความหวังในการเดินทางท่องเที่ยว (แม้แต่ในประเทศ) ก็ยังริบหรี่ เลยทำให้ไม่มีการเดินทางที่ update เลย เราก็เลยต้องขุดเอาประสบการณ์การเดินทางเก่าๆ ที่เมื่อย้อนกลับไปคิดถึง ก็ยังคงทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นและสนุกเสมอมาเล่าแทน 😊

ใครจำกันได้มั่งว่า F4 เรื่องแรกสุดที่ดังถล่มทลายมาจากประเทศไหน…ใช่แล้ว ไต้หวันนั่นเอง (พูดไปก็แสดงถึงความแก่เพราะมันผ่านมาร่วม 20 ปีได้ละ 😱) สมัยก่อนที่ F4 จะดัง เรานี่แทบจะไม่รู้จักประเทศไต้หวันเลยนะ คนส่วนใหญ่น่าจะเข้าใจเหมือนเราว่าไต้หวันเป็นประเทศอุตสาหกรรมจ๋าๆ ที่มีแต่โรงงานผลิตโน่นนี่เต็มไปหมด แต่พอละคร F4 มานี่แหละถึงเปิดโลกทัศน์ให้เราได้รู้ว่าไต้หวันนี่เค้าโคดเจริญอ่ะ บ้านเมืองสวย สะอาด เป็นระเบียบกว่าไทยแลนด์แดนสยามนัก 🥴 แต่ตอนนั้นมันยังไม่มีกระแสไปเที่ยวตามรอยละครดังเหมือนในสมัยนี้ คนก็เลยยังไม่ได้ฮิตไปไต้หวันมากนัก

แต่อยู่ๆ ประมาณช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมา กระแสท่องเที่ยวไต้หวันก็เปรี้ยงปร้างมาเลย อาจจะเป็นเพราะคนไทยเคยไปญี่ปุ่น เกาหลีจนพรุนแล้ว อาจจะอยากหาที่ใหม่ๆ เที่ยว ไต้หวันเลยดูเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ด้วยค่าครองชีพที่ไม่ได้สูงมาก ประกอบกับไต้หวันเปิดให้คนไทยเข้าไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า แถม Low Cost Airline ก็ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ทำให้ราคาตั๋วไม่โหดร้ายมากนัก คนก็แห่ไปเที่ยวไต้หวันกันเต็มไปหมด ซึ่งเราก็เป็น 1 ในนั้นแหละ อิอิ…

ได้เวลาไปหาทะเลอีกแล้ว 😊

Jint’s Gallery

เขียน ณ วันที่ 31 Dec 2020

หู้วววว แป๊บๆ ก็สิ้นปีอีกละ เวลามันผ่านไปเร็วชะมัดเลย (เค้าว่าคนเรายิ่งแก่ยิ่งรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็ว 🤣) โดยเฉพาะปี 2020 ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการจดจำสำหรับมนุษยชาติมากที่สุดก็ว่าได้ มันมีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากๆ และกระทบกับชีวิตของเราในทุกมิติ ทั้งการทำงาน การใช้ชีวิต รวมถึงเรื่องความสัมพันธ์ โดยเฉพาะกะตัวเราเอง เราคิดว่าปี 2020 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกะตัวเราอย่างมากมาย

Chapter นี้คงจะเป็น chapter สั้นๆ เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกะตัวเราเอง มันเป็นสิ่งที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงความคิด ความรู้สึกของเราแบบที่เรียกได้ว่าสิ้นเชิง ซึ่งเรามองว่ามันอาจจะเป็นประโยชน์กะคนอื่นได้บ้างที่ต้องเจอเหตุการณ์คล้ายๆ กะเรา

เราอกหัก 🥴 อกหักมา 8 เดือนละ (ไม่อยากบอกเลย อาย ปูนนี้ละ 🤣🤣🤣) จริงๆ อาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แหละเพียงแต่ยังไม่หายสนิท ยังคงมีความคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาอยู่เสมอ แต่มันไม่ใช่ความโกรธเกลียดใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเราไม่อยากโกรธเกลียดใครให้ใจมันหนัก เผื่อวันนึงตายไปจะได้ไม่เอาความรู้สึกนี้ไปด้วย ขอไปแบบโล่งๆ ดีกว่า 5555

อย่างที่เราบอก ความรักครั้งนี้มันยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ในใจเราเสมอ มันไม่หลุดออกไปซะที จนเรารู้สึกเหนื่อยเพราะเรายังไม่รู้วิธีจะดีลกับมัน สิ่งที่เกิดขึ้นมันทำร้ายจิตใจเราก็จริง แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้เราได้เปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งยิ่งใหญ่…

ไม่ได้มาซะตั้งนาน น่ารักขึ้นเยอะเลยนะ พี่เบิ้ม 😄

Jint’s Gallery

สมัยทำงานอยู่ที่สายการบิน เรานี่ก็เที่ยวดะเลยนะ แต่ไม่เค๊ยยยยยยยคิดจะไปอเมริกาเลยซักครั้ง จริงๆ เราเคยไปอเมริกามาครั้งนึงตอนอายุ 15 แต่ก็เฉยๆ ไม่ได้รู้สึกว่าเป็น destination ที่จะต้องไปอีก และอีกเหตุผลนึงก็เพราะมันโคดไกลเลย ขนาดเราเป็นคนชอบนั่งเครื่องบินยังไม่คิดอยากจะไปเลย 😬 จนมาวันนึง พี่สาวชวนไป Florida เดือนมีนาคม ปี 2016 เพราะตั้งใจจะไปดูโรงเรียนให้หลานชาย เราก็ เออไปเก๊าะด๊ะ (ถ้าได้โดดงานไปไหนไปหมดอ่ะ 😆) พอไปทริปนี้กลับมา เฮ้ยติดใจเลยอ่ะ

ทริปนี้เราวางแผนกันว่าจะไปเดือนมีนา เพราะเด็กๆ ปิดเทอมพอดี และจะไปเที่ยวที่ San Francisco ก่อนประมาณ 3-4 วันแล้วค่อยบินไป Florida ที่เป็นจุดหมายของเรา สาเหตุที่อยากไป San Fran ก่อนเป็นเมืองแรกแทนที่จะเป็น New York หรือ L.A. เพราะเมืองนี้ดูแล้วชิคๆ ดี อากาศก็ดีเย็นสบายสดชื่นตลอดทั้งปี มีความเป็นเมืองเก๋ๆ บวกกับมีธรรมชาติที่สวยงาม และที่สำคัญ San Fran ยังมีที่ท่องเที่ยวเก๋ๆ ให้ไปเที่ยวมากมายเลย ในความคิดเราถ้าเทียบกะเมืองไทย San Fran ก็น่าจะเปรียบเหมือนเชียงใหม่ ในขณะที่ New York เหมือนกรุงเทพฯ ไรประมาณเนี๊ยะ

หลังจากเซ็ตวันเดินทางกันแล้ว พี่สาวก็จัดการจองตั๋วเครื่องบินกะจองโรงแรมเลย คราวนี้เราเลือกบินกะ Eva Air และนั่ง Royal Laurel Class (คือ Business Class นั่นแหละ) เพราะระยะทางไกลมาก ต้องบินจาก BKK-TPE (กรุงเทพ-ไต้หวัน) ประมาณ 3.30 ชม. จาก TPE-SFO (ไต้หวัน-ซานฟราน) อีกประมาณ 11 ชม. รวมๆ ระยะเวลาเดินทางทั้งหมดแเล้วประมาณ 17-18 ชม. (รวมเวลาเปลี่ยนเครื่อง) ซึ่งราคาค่าตั๋วของ Eva Air คือดีงามที่สุด 👏👏👏…

Jint

หวัดดีค่ะ เราชื่อจิ๊น เราอยากให้ Blog นี้เป็นพื้นที่ที่เราได้แชร์เรื่องราวการเดินทางของเรา อยากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านได้มีความสุขกับ Blog นี้นะคะ

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store